กล้วยไม้ป่า

กล้วยไม้ เป็นพืชที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ มีทั้งความสวยงาม และกลิ่นหอม

มากมายสายพันธุ์ และหลากหลายสีสัน ทั้งสีสด สว่าง และสีขรึม อ่อนช้อย

งดงาม และสีที่นุ่มนวลชื่อที่เรียกขานกัน เช่น เอื้องแผงโสภา ผีเสื้อสีชมพูเหลืองกระบี่ เหลืองปราจีน ไอยเรศ ช้าง

นางนวล สารภีน้อย มัจฉานุเหล่านี้เป็นเพียง

ชื่อส่วนหนึง

ของกล้วยไม้ไทยที่มีมากมายถึง 174 สกุล 1154 ชนิด

(จากกล้วยไม้ 796 สกุล 19000 ชนิด ที่ค้นพบทั่วโลก)

จากการสำรวจใน

อดีต พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มี “ไม้ป่า”

อยู่ในธรรมชาติไม่ต่ำกว่า 1000 ชนิด ทั้งประเภทที่อิงอาศัยบนต้นไม้

บนพื้นผิวของภูเขา แ ละบนพื้นดินที่ทับถมด้วยใบไม้ต่างๆ

รองเท้านารีที่เจริญเติบโตบนพื้นดินที่ทับถมไปด้วยใบไม้ในป่า

รองเท้านารี Lady'slipper สายพันธุ์ต่างประเทศ

สรุปได้ว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศไทย

เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้เป็นอย่างดี

แหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าที่สำคัญของโลก มี 2 แหล่งใหญ่ๆด้วยกันคือ

ลาตินอเมริกาและ เอเชียแปซิฟิค สำหรับลาตินอเมริกา อยู่บริเวณอเมริกากลาง

ติดต่อกับเขตแหนือของอเมริกาใต้ ส่วนแหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่า

ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง

มีการค้นพบพันธุ์กล้วยไม้เป็นจำนวนมากในประเทศไทย

และที่ค้นพบพันธุ์เหล่านั้น ก็มีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์

แตกต่างจากภูมิภาคลาตินอเมริกา

Cattleya ลูกผสม "ชุนเยี่ย"

ถ้าจะค้น “ประวัติการปลูกกล้วยไม้ของโลก”

คงต้องใช้การสันนิษฐาน แบบนักประวัติศาสตร์

จีน เป็นประเทศที่กว้างใหญ่ และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน

มีร่องรอยจากอารยะธรรมและวัตถุโบราณ ได้ทิ้งไว้ให้รู้ว่า

มีการนำกล้วยไม้มาใช้ประโยชน์ในด้านวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของจีน

เช่น ศิลปะจากการเขียนภาพเก่าๆ ก็มีภาพวาดของกล้วยไม้ตกแต่งอยู่ด้วย

หรือแม้แต่เครื่องปั้นดินเผา บนแผ่นกระดาษสา ตามกระจกหน้าต่าง

อาคารพระราชวังเก่าๆก็ยังมีให้คนรุ่นหลังๆได้ค้นพบ

ซิมบิเดียม (Cymbidium)

โดยเฉพาะกล้วยไม้สกุล “ซิมบิเดียม”(Cymbidium)

ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากตอนใต้ของจีน สันนิษฐานว่า

หลังจากการล่าอาณานิคมของประเทศต่างๆ

ได้มีการนำกล้วยไม้จากธรรมชาติเหล่านี้

กลับไปปลูกศึกษา ขยายพันธุ์ จากข้อมูลเท่าที่พบกัน

ปรากฏว่า การปลูกศึกษาขยายพันธุ์ เริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษก่อน

แล้วจึงกระจายไปยังประเทศอื่นๆ

ลองค้นหา “ประวัติการปลูกกล้วยไม้ของไทย” ดูบ้าง

ในอดีต ชาวชนบทของไทยมีการนำกล้วยไม้ป่ามาปลูกเลี้ยง

โดยเลียน แบบธรรมชาติคือปลูกไว้กับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆบริเวณบ้าน

และรู้จักนำกล้วยไม้ท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ในวิถีชีวิตประจำวันเป็นเวลานานมาแล้ว

การปลูกกล้วยไม้เลียนแบบธรรมชาติ

..............................

การเลี้ยงกล้วยไม้ของไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

เป็นการปลูกเลี้ยงอย่างจริงจัง

เมื่อมีชาวตะวันตกชื่อ

นายเฮ็นรี่ อาลาบาสเตอร์ (Mr.Henry Alabaster)

ได้นำกล้วยไม้ป่าจากเขตร้อนของอเมริกา

ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

และมีลักษณะแตกต่างจากกล้วยไม้ไทยในเอเชีย

และเอเชียแปซิฟิค

มาปลูกเลี้ยงเป็นงานอดิเรก หลังจากที่พบว่า

ประเทศไทยมีภูมิอากาศที่เหมาะสม

และมีกล้วยไม้อยู่ในธรรมชาติมากมาย

ในขณะเดียวกันก็มีเจ้านายชั้นสูง

และบรรดาข้าราชการที่ใกล้ชิด

ให้ความสนใจปลูกเลี้ยงกันเป็นงานอดิเรกเช่นกัน

นอกจากนั้น ก็ยังมีกลุ่มผู้สูงอายุ

ซึ่งก็ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ แต่ก็เพื่อความเพลิดเพลินและความสุขทางใจ

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก

............................................................

หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2490 ท่านศาสตราจารย์ ระพี สาคริก

หรือ นายระพี สาคริกในสมัยนั้น เป็นผู้หนึ่งที่มานะ บากบั่น พยายาม

พัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ ทนต่อแรงกดดันของสังคมในยุคนั้น

เนื่องจากไม่มีผู้ที่มีความรู้จริง และผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็มองว่า

การเลี้ยงกล้วยไม้เป็นการทำลายเศรษฐกิจของชาติ

ท่านเพียรพยายามเผยแพร่ความรู้ สู่ประชาชนรุ่นต่อรุ่น

เพื่อให้เห็นคุณค่าของการปลูกเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกเลี้ยงเพื่อการค้า

ที่ต้องพัฒนาสายพันธุ์ หรือการปลูกเลี้ยงเพียงเพื่อความสุขใจตามที่อยู่อาศัยก็ตาม

จนท่านได้รับคำยกย่อง สรรเสริญจากมวลหมู่ผู้รักและนิยมกล้วยไม้ว่าเป็น

“บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย”

ปัจจุบันวงการกล้วยไม้ของไทย มีความก้าวหน้าอย่างมาก

ซึ่งส่วนหนึ่งของการสำเร็จ ได้มาจาก การที่มีสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี

ให้ผลผลิตสูง เป็นที่ต้องการของตลาด มีหลายสายพันธุ์ที่ขยายพันธุ์

ในสภาวะตามธรรมชาติได้ยาก หรือเป็นไปได้ช้า

ก็มีการใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังได้กล้วยไม้ที่มีลักษณะคงเดิม หรือสีสันสด สวยกว่าเดิม

แข็งแรงกว่าเดิมอีกด้วย

กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวในวงศ์ (Orchidaceae)

เป็นไม้ตัดดอกที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากลักษณะดอก และสีสัน

ลวดลายสวยงาม เป็นไม้ดอกที่มีอายุการใช้งานได้นาน

กล้วยไม้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของไทย

เพราะกลายเป็นไม้ส่งออกขายต่างประเทศ ทำรายได้เข้าประเทศ

ได้ปีละหลายพันล้านบาท ปัจจุบันมีการปลูกเลี้ยงอย่างครบวงจร

ตั้งแต่การผสมเกสร เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แยกลำ ทำสาว เลี้ยงลูกกล้วยไม้

เลี้ยงต้นกล้วยไม้ จนกระทั่งให้ดอก ตัดดอก บรรจุหีบห่อ

และส่งออกจำหน่ายทั้งใน และต่างประเทศ

....................................

สายพันธุ์กล้วยไม้ไทย

ต้องขอบอกก่อนนะคะว่ากล้วยไม้ป่าชวงศ์ใหญ่มากและ

มีความแตกต่าง อย่างหลากหลาย นอกจากนั้น ยังมีการกระจายพันธุ์

อยู่ในสภาพแวดล้อมเกือบทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตร้อน มีกล้วยไม้ป่าพันธุ์ธรรมชาติ พันธุ์แท้ หรือพันธุ์ลูกผสมกระจายอยู่ทั่วไปอย่างกว้างขวางมากมายหลายสายพันธุ์ ควรจะเข้าใจถึงการนิยามเรียกขานของสายพันธุ์เหล่านั้นก่อน เช่น

ช้างเผือก "พันธุ์แท้"

.................................................

กล้วยไม้พันธุ์แท้ (Species)

เรามักนิยมเรียกว่ากล้วยไม้ป่า”หมายถึง

กล้วยไม้แต่ละชนิดที่มีความเป็นมาตามธรรมชาติ ถ้าหากนำ

“กล้วยไม้ป่า” มาผสมตัวเอง หรือผสมเกสรในชนิดเดียวกัน

แม้ว่าผลที่ได้อาจมีองค์ประกอบทางพันธุศาสตร์เหมือนเดิม

ก็ไม่ใช่กล้วยไม้ป่าแล้ว แต่ควรเรียกว่ากล้วยไม้ป่า์แท้”

ส่วนพันธุ์จากป่าจริง ควรจะเรียกว่ากล้วยไม้ป่า์ธรรมชาติ”

.....................................................

กล้วยไม้พันธุ์ผสม (hybrid)

มักเรียกกันว่ากล้วยไม้ป่าลูกผสม” มีทั้งผสมข้ามชนิด

แต่ในสกุลเดียวกัน หรือ ผสมข้ามชนิด และข้ามสกุลด้วย

***ปกติตามธรรมชาติ ภายในองค์ประกอบของดอกกล้วยไม้ทั่วๆไป

ไม่เอื้ออำนวยให้มีการผสมข้ามชนิด ข้ามสกุล

ข้ามสายพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ

แม้การผสมโดยแมลง ดังนั้นกล้วยไม้พันธุ์ผสมแทบทั้งหมด

เป็นผลงานมาจากมนุษย์ทั้งสิ้น*****

ม๊อคคาร่าลูกผสม

แคทลียาลูกผสมไม้

การแยกลำ "ทำสาว"กล้วยไม้ป่า

การผสมเกสร

..........................................................................

ขอขอบคุณ หนังสือกล้วยไม้สำหรับผู้เริ่มต้น ของ ศ.ระพี สาคคริก

หนังสือกล้วยไม้ป่าของคุณเศรษมันตร์ กาญจนกุล

ภาพสวยๆหลายภาพจากอินเตอร์เน๊ต

 

เว็บไซต์กล้วยไม้ป่า เว็บไซต์กล้วยไม้ เว็บไซต์กล้วยไม้ไทย เว็บไซต์ orchids